Ok, it’s really not that hard to grock.
ashtanga, language, art-
24 August 2007mysore, karnataka, indiaในช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา มีหลายคนที่ถามลุคเกี่ยวกับเรื่องของบล๊อก เขาสังเกตุว่าลุคไม่ได้เขียนเกี่ยวกับอัษฏางคโยคะแม้แต่นิดเดียว เมื่อลุคเริ่มฝึกครั้งแรก ลุคก็อ่าน คิดและคุย แต่เรื่องอัษฏางคโยคะเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันลุคไม่ค่อยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้้ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ลุครู้สึกไม่แปลกใจทั้งๆ ที่ทำมาหากินโดยสอนอัษฏางคโยคะ หลังจากฝึกมาเก้าปีแล้วอัษฏางคกลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคซึ่งแยกกันไม่ได้
แต่ … ระหว่างที่เตรียมตัวกลับบ้าน (เหลือแค่อาทิตย์เดียว) ลุคกำลังคิดเกี่ยวกับวิธีการสอนที่นี่ (มัยซอร์) และที่ลุคถือว่าเป็นวิธีที่ดี และควรจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มีคนนับไม่ถ้วนที่มามัยซอร์และบ่นว่าอาจารย์คุรุชีและอาจารย์ sharath ให้ท่าเพิ่มอย่างช้าและรู้สึกว่าตนเองสามารถทำได้มากกว่าท่าที่ครูให้ทำอยู่ จริงๆ แล้วถ้าสนใจในเรื่องของการยืดหยุ่นเท่านั้น จึงก็ควรหาอาจารย์ที่ประเทศจีนแทนที่อินเดียนะครับ และหากคิดถึงเรื่องของการออกกำลังกายอย่างเดียว ฝึกถืงซีรีส์แรก (primary series) คงพอแล้ว (การฝึกซีรีส์แรกจนถึงท่านาวา navasana ก็พอแล้วครับ)
เหตุผลแรกที่เราฝึกซีรีส์ตามวิธีดั้งเติม คือช่วยในเรื่องของการลดทิฐิ ซีรีส์ของอัษฏางคโยคะเก่ามาก ไม่ใช่ซีรีส์ที่ตัวลุคคิดเองหรือไม่ว่าคุรุชีคิดขึ้น เมือลุคฝึกหรือสอนอัษฏางคโยคะ เป็นวิธีการลดทิฐิวิธีหนึ่ง เพราะว่าต้องถือว่าซีรีส์นี้สมบูรณ์อยู่แล้วและไม่มีเหตุผลที่ลุคควรจะเปลี่ยนเลย เหตุผลที่สองที่เราไม่ควรจะเปลี่ยนคือทั้งท่า การหายใจ และการเคลื่อนไหว (vinyasa) ประกอบไปด้วยหลักวิทยาศาสตร์แบบโบราณไม่ค่อยมีผลประโยชน์หากปรับปรุง ในสมัยก่อนฤาษีคิดทฤษฎิเกี่ยวกับอัฏางคโยคะขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีประโยชน์ต่อจิตใจที่เราได้รับเมื่อฝึกตามวิธีดั้งเดิม เช่นทำให้การหลงตัวเองลดลง จิตใจสงบ เป็นต้น
ท่า (asana) คือส่วนหนึ่งในแปดขององค์ประกอบอัษฏางคโยคะ (eight limbs) เราเรียนรู้ท่าก่อนเพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจเพื่อฝึกส่วนอื่นๆ เมืิ่อมาที่เมืองมัยซอร์เราปล่อยให้คุรุชีควบคุมสิ่งที่เราฝึก เป็นเรื่องปรกติที่รู้สึกเหมือนว่าเราสามารถทำท่าได้มากกว่าที่กำลังทำอยู่ แต่ลุคว่าคุรุชีอยากจะเห็นอะไรที่มากกว่าความสามารถในแต่ละท่า อาจารย์อยากเห็นว่ามีความสม่ำเสมอในทั้ง หายใจและเคลื่อนไหวระหว่างท่า (vinyasa) ถ้าผู้ฝึกไม่สามารถหายใจได้อย่างต่อเนื่อง หรือจำเป็นด้องหยุดพัก ก็ควรจะลดท่าที่ฝึกลงเพื่อการหายใจและการเคลื่อนไหวที่สม่ำเสมอ จะมีประโยชน์มมากกว่าการฝึกทั้งซีรีส์ที่ไม่มีสมาธิ บางที่สิ่งนี้ทำให้ผู้ที่เริ่หฝึกใหม่ๆ รู้สึกประหลาดใจที่ถูกครูให้หยุดก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อย โดยเฉพาะคนที่แข็งแรงหรือมีตัวอ่อนอยู่แล้ว
สิ่งหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับโยคะ คือคนที่ตัวอ่อนโดยธรรมชาติเก่งโยคะเลย แต่จริงๆ แล้วลุคว่าคนที่ตัวแข็งสามารถฝึกได้อย่างง่ายกว่า สิ่งที่สำคัญมากที่สุดเมื่อฝึกอัษฏางคโยคะคือการมี่สมาธิ แล้วคนที่ตัวอ่อนโดยธรรมชาติอาจทำท่าได้อย่างสวยงาม แต่ถ้าใจลอยคนเหล่านี้จึงจะทำท่าผิดอยู่บ่อยๆ คนที่ตัวแข็งต้องอยู่กับท่ามากกว่าและส่วนมากคนพวกนี้จะมีสมาธิมากกว่า
การฝึกแบบนี้ โดยเฉพาะการที่ให้คนทำซีรีส์สั้นกว่าปรกติ ช่วยเราเน้นสิ่งที่สำคัญ เช่น การหายใจ การมีสมาธิ และการเคลื่อนไหว (vinyasa)

โอเค … พอเขียนโพสต์นี้จบ ลุคก็รู้สึกเหมือนว่าคนที่อ่านคงคิดว่าลุคเป็นคนเข้มงวดมาก ก็อยากจะบอกแถมท้ายว่า ถ้าจำเป็นต้องฝึกท่าอื่นๆ เพื่อบำบัดรักษาโรคเจ็บปวย หรือเพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่ลุคต้องการอธิบาย คือหากต้องการประโยชน์เหมือนกับคนที่ฝึกสมาธิมานานได้รับ เช่น จิตใจสงบ จึงก็ต้องฝึกในวิธีที่ถูกต้อง
นอกจากนั้น อัษฏางคโยคะเป็นวิธีหนึ่งจากหลายวิธีที่สามารถให้ประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างบน แต่ถ้ารู้สึกเหมือนไม่เหมาะสมกับตัวเองควรจะฝึกโยตะตามวิถีอื่น แต่การฝึกหลายวิธีพร้อมกัน มักไม่ค่อยให้ประโยชน์เท่าที่สามารถได้รับจากวิธีเดียว และทำให้เกิดความสับสน เช่นเดียวกันกับถ้าฝึกกับครูหลายคนที่ แม้จะสอนแนวเดียวกันเพราะยังมีความแตกต่าง
-
21 August 2007mysore, karnataka, indiaลุคเพิ่งเริ่มขายผลงานทางเว็บ imagekind ตอนซื้อคุณสามารถเลือกกรอบรูป และขนาดเอง แล้วคุณจะอุดหนุนลุคอย่างมากด้วย ตอนนี้มีแต่ขนาดกลาง ถ้าต้องการภาพขนาดใหญ่คุณภาพดีจึงถามลุคได้เลย … แล้วก็ลำหรับคนที่อยู่เมืองไทย ค่าส่งคงแพงไป ถ้าเอาภาพแต่ไม่อยากเสียค่าส่งช่วยบอกกับลุค ขอบคุณครับ
-
20 August 2007mysore, karnataka, indiaลุคเพิ่งเพิ่มข้อมูลในเว็บนี่ ตอนนี้ ถ้าเปิด www.luke.org เลย จะเห็นเว็บใหม่ที่ีมีประวัติและแสดงผลงานของลุค
จริงๆ แล้วลุครู้สึกสองจิตสองใจที่โพสต์ประวัติ และก็ยังรู้สึกว่าเรื่องของบล๊อกแปลกประหลาดไปนิดหนึ้ง บางทีไม่เข้าใจเหตุผลที่คนที่ลุคไม่รู้จักจะอยากเข้าไปอ่านเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง แต่ก็ลุคยังอ่านบล๊อกของคนที่ไม่รู้จักด้วย เคยอ่านเรื่องของการพักร้อนของคนที่ไม่รู้จักมาหลายเรื่อง
บางครั้งรู้สึกง่ายกว่าที่โพสต์เรื่องเล็กน้อยหรือรูปภาพ แต่เมื่อลงเรื่องความคิดหรือความรู้สึก ลุคจึงรู้สึกอาย เมื่อนั่งเล่นคุยกับเพื่อนๆ ลุคสามารถพูดได้เยอะ แต่ไม่เหมือนกันกับที่เอาความรู้สึกลงอินเตอร์เน็ตและปล่อยให้ทุกคนอ่าน แถมว่า google จะเก็บข้อมูลไปตลอด
โอเค ….. แค่นี้ ถ้าคุณอยากอ่านเกี่ยวกับตัวลุคก็รีบอ่านเลย ลุคอาจจะเปลี่ยนใจในอนาคตและลบล้างข้อมูลออก
-
19 August 2007mysore, karnataka, indiaรูปภาพเหล่านี้ลุคถ่ายที่รัฐ kerala และแห่งอื่นซึ่งอยู่แถวรอบๆ เมื่อสามอาทิตย์ก่อน ตอนเราไปที่โน่นฝนตกแทบตลอดเวลา ไม่ค่อยมีโอกาสถ่ายภาพเพราะสภาพอากาศไม่เหมาะสม ทุกภาพข้างล่างลุคถ่ายกับกล้องแบบ panoramic แม้อาจดูสวยที่หน้านี้ ก็จะดูดีกว่าถ้าตลิกดูขนาดใหญ่ ทุกภาพดูเหลืองเพราะว่าถ่ายโดยใช้ฟิล์ม slide แล้วล้างแบบ cross
ภาพแรก ลุคตั้งชื่อ “god’s flowers” หรือ “ดอกไม้จากพระเจ้า” คือรูปภาพโปรดของลูค เป็นรูปของทุ่งดอกดาวเรือง (marigold) ซึ่งเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่สำคัญในการบูชาที่อินเดีย วันที่เราขับรถกลับบ้านจาก kerala ฝนก็หยุดดตกและแดดออก ลุคเห็นว่ามีแต่ทุ่งดอกดาวเรืองละลานตา ยาวไปจนสุดขอบฟ้า
-
19 August 2007mysore, karnataka, indiathis really shouldn’t shock anyone
-
14 August 2007mysore, karnataka, indiaตั้งแต่พ่อแม่กลับบ้านมีเพื่อนๆ มาเยี่ยมลุคไม่ขาดตอน ทำให้บ้านเรือน ซึ่งใหญ่และมีห้องนอนสามห้องไม่รู้สึงเหงา แรกๆ พี่แอลกลับมาพร้อมกับอาหารไทยเต็มกระเป๋า มีทั้งลำไย มังคุด ส้มตำ ข้าวเหนียว และขนมต่างๆ พี่แอลถึงบ้านประมาณตี่หนึ่งและเพราะว่านอนอยู่ลุคจึงไม่ได้กินเลย แต่วันรุ่งขึ้นตอนฝึกโยคะเสร็จ ลุคก็เลยวิ่งกลับบ้านและกินจนท้องแทบแตก
พี่ปูเพิ่งมาอาทิตย้ที่แล้ว และจะอยู่จนสิ้นอาทิตย์นี้ อากาศช่วงนี้ดีมาก พี่ปูกับลุคจึงออกไปเดินเล่นกันบ่อย นอกจากนั้นเราก็กินอาหารอินเดียบ้างและทำอาหารไทยเองที่บ้านด้วย จริงๆ แล้วไม่รู้เหตุผลที่ลุคไม่ได้ทำกับข้าวมานานแล้ว ตอนลุคยังอยู่ los angeles ทำเองเกือบทุกมื้อ แต้ที่กรุงเทพฯ และอินเดียลุคไม่ค่อยทำ ยิ่งทำยิ่งจำได้ว่าชอบทำมาก และเนื่องจากที่มีเวลาว่างเยอะ ไม่ควรจะบนว่ากินอาหารอินเดียจนเอียนแล้ว
อ้ววววว … พี่ปูมีเรื่องน่ากลัวเรื่องนี้ที่เล่ามาเกี่ยวกับการเดินทางจาก bangalore
คืนที่มาถึง นั่งรถออกจาสนามบินได้หน่อยนึง เกือบจะออกจากเมือง bangalore แล้ว รถก็หยุด นานมากกก อีกฝั่งก็เหมือนกัน คนขับรถพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มาก บอกได้แต่ว่า accident รถจอดเต็มถนนทั้งสองฝั่ง คนยืนมุงเป็นกลุ่มใหญ่มาก มีคนเดินไปมาก็อีกมาก สักพักใหญ่ taxi คันที่นั่งก็ขับแทรกไปมายังไงก็ไม่รู้ ไปอยู่เป็นคันที่สองจากแถวหน้า (ทำให้รู้สึกว่าน่าเสียดาย มาถึงเร็วกว่านี้อีกแป๊บนึงก็ไม่ต้องติดอยู่แล้ว) ก็เลยได้เห็นว่ามีคนเอาก้อนหินมาวางเรียงขวางถนนไว้ มีทั้งก้อนหิน มีต้นไม้ อีกสักพัก ก็ขึงเชือกด้วย ดูน่ากลัวมาก มีคนมานอนขวางอยู่ด้วยนะ ราวครึ่งชั่วโมง ตำรวจก็มาถึง
ตำรวจเดินชี้มือชี้ไม้พูดอะไรเราก็ไม่รู้เรื่อง ก็มีคนวิ่งมาขนหิน ขนไม้ออก รถก็ไปได้ นึกว่าต้องติดอยู่จนเช้าเสียแล้ว ถ้าเป็นที่อัฟกานิสถานก็คงถุกพวกตอลิบันจับไปแล้ว น่ากลัวชิบเป๋ง
-
13 August 2007all, mysore, karnataka, indiaสองอาทิตย์ที่ผ่านมาลุคไปที่เมือง bylakuppe พร้อมกับพ่อเลี้ยง แม่ น้องแอล และเชอร์ริ่ เมือง bylakuppe คือนิคมของผู้ลี้ภัยชาวทิเบตที่อยู่ใกล้กับมัยซอร์ แม้ว่าอินเดียมีประชากรจำนวน 1,129,866,154 และมีพื้นที่เป็นหนึ่งในสามของอเมริกา เขายังสามารถยกที่ดินให้ผู้ลี้ภัยชาวทิเบตมาอาศัยได้หลายที่ ที่นิคม bylakuppe มีทั้งวัดหลายวัด บ้านเรือน ร้านขายของ และที่พักแบบ guest house ด้วย ตอนลุคมามัยซอร์ครั้งแรกรัฐบาลอินเดียยังไม่ได้จำกัดจำนวนคนที่สามารถไปเยี่ยมชมได้ แต่ในปัจจุบันทุกคนที่จะไปเยี่ยมชมต้องขออนุญาตตำรวจท้องถิ่นก่อน จึงจะเข้าได้ ถ้าอยากนอนค้างต้องขออนุญาตแบบพิเศษจากตำรวจที่เมือง delhi
ถ้าไม่นับชาวพุทธคนไทยที่อยู่รอบๆ ตัวลุคแทบทุกวัน ลุคมีโอกาสไปเยียมเยียนประชาคมชาวพุทธสองกลุ่มในเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา แล้วทั้งสองกลุ่มมีพระผู้นำที่ลี่ภัยจากประเทศที่มีรัฐบาลที่มีการปกครอ
งในระบบคอมมิวนิสต์ พระติช นัท ฮันท์ สร้างประชาคมที่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งเรียกว่าหมู่บ้านพลัม ตอนรัฐบาลของประเทศเวียดนามบังคับให้เนรเทศพระ (แม้ว่าพระเพิ่งได้รับอนุญาตเข้าประเทศอีกครั้ง พระยังอาศัยอยู่ทีหมู่บ้านพลัม) ตั้งแต่สมัยที่แผ่นดินของคนทิเบตถูกบุกรุกโดยประเทศจิน ผู้ลี้ภัยชาวทิเบตสร้างประชาคมหลายที่ไปทั่วโลกโดยเฉพาะที่ประเทศอินเดีย ทั้งพระติช นัท ฮันท์ และ dalai lama ของทิเบตนับเป็นพระที่โด่งดังไปทั่วโลก ทั้งสองรูปเดินทางบ่อยเพื่อเทศน์โดยเฉพาะในตะวันตกอืมมมมมมม …. ข้อมูลที่กล่าวมาข้างบนคือข้อมูลที่ทุกคนหาได้ทางอินเทอร์เน็ท สิ่งที่อยากอธิบายในโพสต์คือลุคคิดว่ากำลังจะลดความกลัวที่ลุคมีต่อพระ ก็อาจจะไม่ใช่ความกลัวอย่างจริงแท้ อาจเป็นความแหยงมากกว่า รู้สึกเป็นสิ่งที่คงแปลกประหลาดที่มีความแหยงจากคนที่ไม่ค่อยมีสิ่งของ และพยายามดำรงชีวิตโดยความอหิงสาและความสัตย์ แต่เป็นความรู้สึกของลุคมานานแล้ว
ความแหยงนี้น่าจะเกิดจากที่ลุคเคยครุ่นคิดว่าจะบวชเป็นพระ แต่รู้สึกเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ในชาตินี้ กรรมที่ลุคมีจากชาติที่ผ่านมาแล้วไม่ได้ชี้แนะให้เป็นพระในชาติปัจจุบัน อีกเรื่องหนึ่งลุคเคยได้ยินหลายคนบนว่าที่มัยซอร์อาจารย์คุรุชีแก่แล้วและสอนไม่ค่อยได้แล้ว และอาจารย์อาจจำหน้าของเราไม่ได้ สองเรื่องนี้คือเรื่องที่ใกล้ชิดกัน เป็นกรรมจากชาติที่แล้วที่เปิดโลกของอัษฏางคให้ลุค และควรจะมีความสำนึกในบุญคุณที่มีโอกาสเจอคุรุชีและสามารถฝึกได้ แล้วควรจะมีความสำนึกในบุญคุณที่ได้ฟังพระเทศน์ด้วย
ตอนพบกับพระ โดยเฉพาะรูปที่มีอายุเท่ากับตัวเอง ลุคก็อยากเห็นอยากรู้เหตุผลที่พระสามารถทิ้งกิเลสได้ การไม่มีเพศสัมพันธ์ การไม่ดูสิ่งบันเทิง และใช้เวลาโดยปฏิบัติธรรมตลอด คือสิ่งที่ยากมาก อยากรู้ว่ากรรมอะไรจากชาติก่อนสามารถส่งผลให้พระปฏิบัติธรรมตลอดในชาติปัจจุบัน
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าประชาคมของพระควรจะอยู่ใกล้ชิดกับประชาคมของฆราวาส ตอนอยู่ใกล้ชิดกันทั้งสองกลุ่มควรจะให้ความสนับสนุนกัน พระควรจะดำรงชีวิตเหมือนเป็นตัวอย่างให้ฆราวาส และฆราวาสควรจ่ายค่าครองชีพให้พระ
ยิ่งลุคใช้เวลากับพระมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าความแหยงลดลง
รูปข้างบนลุคถ่ายกับกล้องแบบ panoramic และฟิล์ม fujichrome 400 ที่ส่งไปล้างแบบ cross ก่อนโพสต์ลุคลดลงระดับของแสงโดยใช้ photoshop รูปจะดูดีกว่าถ้าคลิกและเปิดขนาดใหญ่







Recent Comments